รหัส DOT (Department of Transportation) คือรหัสที่ปั๊มอยู่บนแก้มยางทุกเส้น ใช้ระบุแหล่งผลิต ขนาด และที่สำคัญที่สุดคือ วันเดือนปีที่ผลิต ซึ่งจำเป็นต่อการเช็กว่ายางที่จะซื้อเป็นยางใหม่จริงหรือค้างสต็อกนานเกินไป
วิธีอ่านรหัส DOT
รหัส DOT จะลงท้ายด้วยตัวเลข 4 หลัก ซึ่งบอกสัปดาห์และปีที่ผลิต เช่น
2523หมายถึง ผลิตในสัปดาห์ที่ 25 ของปี 20230824หมายถึง ผลิตในสัปดาห์ที่ 08 ของปี 2024
สองหลักแรกคือสัปดาห์ (01-52) และสองหลักหลังคือปี ค.ศ. (เช่น 24 = 2024)
รหัส DOT ทั้งชุดเรียกว่า Tire Identification Number (TIN) ที่กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ บังคับให้ปั๊มไว้ ส่วนต้นบอกโรงงานและผู้ผลิต ตามด้วยรหัสขนาดยาง และปิดท้ายด้วยรหัสวันผลิต 4 หลัก จุดประสงค์หลักคือใช้ติดตามยางในกรณีเรียกคืน (recall)
รหัส 4 หลักแบบเต็มมักปั๊มอยู่แค่ด้านเดียวของยาง (บางครั้งอยู่ฝั่งด้านใน) ถ้าหาไม่เจอให้ลองดูอีกฝั่ง และถ้าเจอรหัสลงท้ายแค่ 3 หลัก แปลว่าเป็นยางที่ผลิตก่อนปี 2000 ซึ่งเก่ามากและไม่ควรซื้อ
ยางอายุเท่าไหร่ถึงเรียกว่าเก่า?
แม้ยางจะไม่เคยใช้งาน แต่ยางก็เสื่อมสภาพตามอายุจากปฏิกิริยาเคมีในเนื้อยาง โดยทั่วไป:
- ยางอายุไม่เกิน 2 ปีนับจากวันผลิต ถือว่าเป็นยางใหม่ปกติ
- ยางอายุ 3-5 ปี ยังใช้งานได้แต่ควรตรวจสอบสภาพเนื้อยางก่อนซื้อ
- ยางอายุเกิน 6 ปี ควรพิจารณาเปลี่ยนแม้ดอกยางจะยังเหลือมาก เนื่องจากเนื้อยางอาจแข็งและกรอบ เสี่ยงแตกร้าว
ผู้ผลิตยางหลายรายแนะนำให้เริ่มตรวจสภาพยางเป็นพิเศษเมื่ออายุเกิน 5-6 ปี และเปลี่ยนยางเมื่ออายุราว 10 ปี เป็นอย่างช้า ไม่ว่าดอกยางจะยังเหลือมากเพียงใด (แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดอายุยางสูงสุดไว้ก็ตาม) อย่าลืมว่ายางอะไหล่และยางที่เก็บในโกดังก็นับอายุจากวันผลิตเช่นกัน
ก่อนซื้อยางใหม่ทุกครั้ง ควรตรวจสอบรหัส DOT บนแก้มยางเพื่อความมั่นใจว่าได้ยางที่ผลิตใหม่จริง


