รวมเครื่องมือคำนวณขนาดยางและล้อแม็ก
ครบทุกเครื่องมือในที่เดียว
เครื่องมือคำนวณครบทุกเรื่องยางและล้อ ใช้งานง่าย ได้ผลลัพธ์แม่นยำ 100%
- คำนวณขนาดยางและล้อแม็ก
- เปรียบเทียบความเร็วหน้าปัด
- แนะนำความปลอดภัย
- เครื่องมือครบ จบในที่เดียว

เครื่องมือยอดนิยม
ขนาดยางยอดนิยม
ไซส์ที่รถในไทยใช้จากโรงงานมากที่สุด กดดูความสูงยาง รถที่ใช้ และไซส์ที่ใส่แทนได้
บทความแนะนำ
ดูบทความทั้งหมด
พื้นฐานยางวิธีดูขนาดยางรถยนต์ อ่านตัวเลขบนยางให้เป็น
ขนาดยางรถยนต์หรือเบอร์ยาง ดูได้จากแก้มยาง ป้ายขอบประตูฝั่งคนขับ และคู่มือประจำรถ พร้อมวิธีอ่านตัวเลขบนยางทีละส่วน และวิธีเทียบเมื่อยางที่ใส่อยู่ไม่ตรงกับป้าย
เปรียบเทียบยางใส่ยางใหญ่ขึ้น รถแรงขึ้นจริงไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้
เจาะลึกข้อดีและข้อเสียของการเปลี่ยนยางให้ใหญ่ขึ้น (Plus Sizing) ทั้งการยึดเกาะ ความสิ้นเปลืองน้ำมัน และความปลอดภัย พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริง
ล้อและแม็กทำความรู้จัก Offset (ET) คืออะไร? มีผลกับการขับขี่อย่างไร
อธิบาย Offset ของล้อแม็ก ผลต่อการยื่นล้อ การรองรับ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
การดูแลรักษายางเติมลมยางเท่าไหร่ดี? เช็กตามนี้ปลอดภัย ช่วยยางยืดอายุ
วิธีตรวจสอบและเติมลมยางให้ถูกต้อง ปลอดภัย และช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง
การคำนวณล่าสุด
- ยังไม่มีประวัติการคำนวณ ลองใช้เครื่องมือด้านบนได้เลย
แม่นยำ เชื่อถือได้
สูตรคำนวณตามมาตรฐานสากล
ใช้งานง่าย
ไม่ซับซ้อน คำนวณได้ในไม่กี่วินาที
ปลอดภัย
ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณ
รองรับทุกอุปกรณ์
ใช้งานได้ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และคอม
ระบบคำนวณและเทียบขนาดยางรถยนต์ จากตัวเลขบนแก้มยาง
EasyTireSize เป็นระบบคำนวณและเปรียบเทียบขนาดยางที่ทำงานบนหน้าเว็บ เปิดแล้วใช้ได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่จำกัดจำนวนครั้ง แค่กรอกตัวเลขจากแก้มยาง เช่น 225/45 R17 ระบบจะคำนวณให้ครบทั้งความสูงแก้มยาง เส้นผ่านศูนย์กลางรวม เส้นรอบวง และรอบต่อกิโลเมตร เป็นโปรแกรมเทียบขนาดยางที่เปิดจากเบราว์เซอร์ได้เลย ต่างจากตารางขนาดยางรถยนต์แบบกระดาษตรงที่ทุกค่าคิดใหม่จากไซส์ที่กรอกจริง ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
อ่าน 225/45 R17 ให้เป็นมิลลิเมตร
ตัวเลขชุดนี้อ่านตรงตัว หน้ายางกว้าง 225 มม. เลข 45 คือซีรีส์ หรือแก้มยางสูงเท่ากับ 45% ของหน้ายาง ส่วน 17 คือขอบล้อหน่วยนิ้ว ระบบหาความสูงแก้มยางจาก 225 x 0.45 = 101.25 มม. แปลงขอบล้อเป็นมิลลิเมตรด้วย 17 x 25.4 = 431.8 มม. แล้วบวกแก้มยางสองฝั่งเข้าไป ได้เส้นผ่านศูนย์กลางรวม 431.8 + (101.25 x 2) = 634.3 มม. การคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลางยางรถยนต์จึงเริ่มจากแก้มยางเสมอ ยางหน้ากว้างเท่ากันแต่ซีรีส์ต่างกันจึงสูงไม่เท่ากัน ค่านี้คือสิ่งที่หลายคนไปเปิดหาในตารางความสูงยางรถยนต์ ต่างกันแค่ตรงที่ค่านี้ตรงกับไซส์ที่กรอกจริง ถัดมาคือสูตรคำนวณเส้นรอบวงยางรถยนต์ เขียนสั้น ๆ ว่า เส้นรอบวง = พาย (3.1416) x เส้นผ่านศูนย์กลางรวม ได้ราว 1,992 มม. ต่อหนึ่งรอบ พอเอาระยะ 1 กิโลเมตรหารด้วยเส้นรอบวง ก็ได้รอบต่อกิโลเมตรประมาณ 502 รอบ
เทียบสองไซส์ แล้วอ่านส่วนต่างเป็นเปอร์เซ็นต์
หัวใจของเว็บเทียบขนาดยางคือการวางไซส์เดิมกับไซส์ใหม่ไว้ข้างกัน ระบบแสดงส่วนต่างของความกว้างหน้ายาง ความสูงแก้มยาง เส้นรอบวง รอบต่อกิโลเมตร และความสูงใต้ท้องรถ ส่วนเส้นผ่านศูนย์กลางบอกทั้งเป็นมิลลิเมตรและเปอร์เซ็นต์ พร้อมค่าความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดความเร็ว ซึ่งก็คือตัวเลขเดียวกับเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างของเส้นผ่านศูนย์กลาง เพราะรถนับความเร็วจากรอบหมุนของล้อ ไม่ได้วัดจากพื้นถนน เกณฑ์ที่ระบบใช้คิดจากส่วนต่างของเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เกินบวกลบ 3% ถือว่าปลอดภัย 3-5% ให้ระวัง เกิน 5% ไม่ว่าทางบวกหรือลบ ถือว่าเสี่ยง ผลที่ได้จึงไม่ได้ตอบแค่ว่าใส่ได้หรือไม่ได้ แต่บอกด้วยว่าห่างจากของเดิมกี่เปอร์เซ็นต์
ตารางความเร็วหน้าปัด 20 ถึง 140 กม./ชม.
เครื่องมือคำนวณความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดความเร็ว (Speedometer Error) ไม่ได้ตอบมาเป็นตัวเลขเดียว แต่กางเป็นตารางไล่ความเร็วตั้งแต่ 20, 40, 60, 80, 100, 120 ไปจนถึง 140 กม./ชม. วางคู่กันว่าหน้าปัดอ่านได้เท่าไร ความเร็วจริงเท่าไร เหตุที่ต้องดูเป็นตาราง ก็เพราะความคลาดเคลื่อนคิดเป็นสัดส่วนคงที่ ยางที่โตขึ้น 2% ทำให้ความเร็วจริงสูงกว่าที่หน้าปัดบอก 2% เท่ากันทุกช่วง แต่พอคิดเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วไม่เท่ากัน ที่ 40 เพี้ยนไม่ถึง 1 กม./ชม. ตอนเข็มชี้ 100 ความเร็วจริงคือ 102 ส่วนที่ 140 เพี้ยนเกือบ 3 กม./ชม.
เพิ่มลดขนาดล้อ และค่าออฟเซ็ต ET
เครื่องมือฝั่งล้อแบ่งหน้าที่กันชัดเจน Plus / Minus Sizing (เพิ่มและลดขนาดล้อ) ใช้ตอนอยากขยับขอบล้อจาก 17 เป็น 18 นิ้ว โดยไล่ไซส์ที่ให้เส้นผ่านศูนย์กลางรวมใกล้เคียงของเดิมที่สุด ขึ้นล้อใหญ่ก็ลดแก้มยาง ลดล้อลงก็เพิ่มแก้มยางกลับเข้าไป ส่วน Wheel Fitment ใส่ค่าออฟเซ็ต ET กับความกว้างล้อเดิมและล้อใหม่ แล้วอ่านว่าขอบล้อยื่นออกด้านนอกเพิ่มขึ้นกี่มิลลิเมตร ระยะห่างด้านในฝั่งโช้คเปลี่ยนไปเท่าไร ความกว้างแทร็กเปลี่ยนไปเท่าไร และระยะแบ็คสเปซของล้อใหม่เป็นเท่าไร สามค่าแรกเป็นส่วนต่างเทียบกับล้อเดิม ไม่ใช่คำตอบสำเร็จว่าเบียดซุ้มหรือไม่ ตัวเลขที่ได้ไว้ใช้ประเมินคร่าว ๆ ก่อน แล้วต้องวัดกับรถคันจริงอีกที
หน่วยวัด ตารางเทียบหลายไซส์ และยางมอเตอร์ไซค์
ตัวแปลงหน่วยสลับมิลลิเมตรกับนิ้ว มิลลิเมตรกับเซนติเมตร และแรงดันลมทั้ง psi, bar และ kPa ไว้ใช้เวลาต้องเทียบขนาดยางเป็นนิ้วกับเลขเมตริก ถ้ามีหลายตัวเลือกอยู่ในมือ หน้าเปรียบเทียบจะเรียงทุกขนาดเป็นตารางเทียบขนาดยางรถยนต์ในหน้าเดียว แล้วสรุปออกมาเป็นรายงานให้เก็บไว้ดูทีหลัง ช่องกรอกรับความกว้างหน้ายาง 100-400 มม. ซีรีส์ 20-100% และขอบล้อ 10-30 นิ้ว จึงใช้เปรียบเทียบขนาดยางมอเตอร์ไซค์อย่าง 120/70 R17 ได้ด้วย ไม่ได้จำกัดแค่รถเก๋ง กระบะ หรือ SUV ทุกเครื่องมือใช้งานได้ทั้งบนมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ และสลับได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
หน้ายางกว้างขึ้น แก้มยางเตี้ยลง แล้วอะไรเปลี่ยนบ้าง
ตัวเลขที่ระบบคำนวณให้เป็นเรื่องเรขาคณิต ส่วนสิ่งที่คนขับรู้สึกได้จริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หน้ายางที่กว้างขึ้น 10-20 มม. ไม่ได้เพิ่มขนาดหน้าสัมผัส แต่เปลี่ยนรูปทรงให้กว้างขึ้นและสั้นลง การเกาะถนนตอนเข้าโค้งบนถนนแห้งจึงมักดีขึ้น ระยะเบรกสั้นลงเล็กน้อย แลกกับอีกหลายอย่าง ยางหนักขึ้น แรงต้านการหมุนมักมากขึ้น อัตราสิ้นเปลืองแย่ลงเล็กน้อย พวงมาลัยหนืดขึ้นตอนหมุนอยู่กับที่ และเสียงยางเข้าห้องโดยสารมากขึ้น ยางหน้ากว้างยังส่ายตามร่องถนนง่ายกว่ายางหน้าแคบ และถ้าดอกยางรีดน้ำไม่ดีพอ หน้ากว้างก็ไม่ได้ปลอดภัยขึ้นตอนฝนตก ฝั่งแก้มยางที่เตี้ยลงให้ผลอีกแบบ แก้มสั้นบิดตัวน้อย พวงมาลัยจึงคมขึ้นแบบรู้สึกได้ แต่แก้มยางคือเบาะรองชั้นสุดท้ายก่อนถึงขอบล้อ เตี้ยลงทุกมิลลิเมตรคือความนุ่มที่หายไป ตอนข้ามรอยต่อสะพานหรือตกหลุม แรงกระแทกจะส่งเข้าช่วงล่างตรงขึ้น ยางบวมหรือขอบล้อคดจากหลุมเดียวก็เกิดง่ายขึ้น เวลาจอดเบียดฟุตปาธก็ไม่มีเนื้อยางกันขอบล้อ ระบบบอกความสูงแก้มยางของทั้งสองไซส์เป็นมิลลิเมตร จึงเห็นได้ว่าหายไปเท่าไร ส่วนจะรับความกระด้างที่เพิ่มขึ้นไหวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับถนนที่ใช้ประจำและคนขับ
สามทางเลือกรอบ ๆ 205/55 R16 และทิศทางที่หน้าปัดเพี้ยน
ลองตั้งต้นที่ไซส์ยอดฮิตของรถเก๋งบ้านเราอย่าง 205/55 R16 เส้นผ่านศูนย์กลาง 631.9 มม. แก้มยางสูง 112.75 มม. ทางแรกคือขึ้นล้อ 17 นิ้วด้วย 215/45 R17 ได้ 625.3 มม. เล็กลง 6.6 มม. หรือ -1.04% แก้มยางเหลือ 96.75 มม. ยางที่เล็กลงหมุนถี่ขึ้น เข็มจึงชี้เกินความจริง ตอนหน้าปัดบอก 100 รถวิ่งอยู่ราว 99 กม./ชม. ท้องรถเตี้ยลง 3.3 มม. เพราะส่วนต่างเส้นผ่านศูนย์กลางแบ่งมาอยู่ใต้ดุมล้อครึ่งเดียว ทางที่สองคือ 225/40 R18 ได้ 637.2 มม. โตขึ้น 5.3 มม. หรือ +0.84% เข็มจะชี้ต่ำกว่าความจริง หน้าปัดบอก 100 แต่รถวิ่งราว 101 กม./ชม. เป็นทิศทางที่ต้องระวังกว่า เพราะเผลอใช้ความเร็วเกินโดยไม่รู้ตัว แก้มยางเหลือ 90 มม. หายไปเกือบ 23 มม. นั่นคือราคาของขอบล้อที่โตขึ้นสองนิ้ว อีกมุมหนึ่ง ลองมองย้อนลงไปที่ 195/65 R15 เส้นผ่านศูนย์กลาง 634.5 มม. แก้มยางสูงถึง 126.75 มม. รถที่ยางติดรถมาเป็นไซส์นี้แล้วขยับมาใช้ 205/55 R16 จะเล็กลง 2.6 มม. หรือ -0.41% ทั้งสามทางอยู่ในกรอบบวกลบ 3% ที่ถือว่าปลอดภัย แต่ตัวที่ใกล้ของเดิมที่สุดกลับมีแก้มยางสูงที่สุด ส่วนตัวที่ต่างเพียง 0.84% เหลือแก้มยางน้อยที่สุด เปอร์เซ็นต์ที่พอกันจึงไม่ได้แปลว่าขับแล้วรู้สึกเหมือนกัน ถ้ารถเคยเปลี่ยนล้อมาก่อน ให้ย้อนไปตั้งต้นที่ไซส์โรงงาน ไม่อย่างนั้นความเพี้ยนรอบก่อนจะบวกทับรอบนี้จนหลุดกรอบ
เรื่องที่ต้องไปตรวจกับรถและกับร้านเอง
ดัชนีรับน้ำหนักและสัญลักษณ์ความเร็วที่ต่อท้ายไซส์อย่าง 91V เป็นค่าที่ระบบไม่ได้ตรวจให้ หลักง่าย ๆ คือของยางเส้นใหม่ต้องไม่ต่ำกว่าที่คู่มือรถและสติกเกอร์ที่เสาประตูฝั่งคนขับระบุไว้ ไม่ใช่แค่เท่ากับยางที่ใส่อยู่ตอนนี้ ซึ่งอาจต่ำกว่าสเปกมาตั้งแต่แรก แรงดันลมก็เช่นกัน ตัวแปลงหน่วยเปลี่ยน psi เป็น bar หรือ kPa ให้ แต่ไม่ได้บอกว่าคันนี้ควรเติมเท่าไร และตัวเลขบนแก้มยางคือแรงดันสูงสุดที่ยางรับได้ ไม่ใช่ค่าที่ควรเติมใช้ เรื่องต่อมาคือความกว้างวงล้อ ยางแต่ละหน้ากว้างมีช่วงล้อที่ผู้ผลิตรับรองไว้ ใส่ยางกว้างเกินบนล้อแคบ แก้มยางจะป่องและการตอบสนองเนือยลง ใส่ยางแคบบนล้อกว้างเกินไป ไหล่ยางก็รับแรงไม่เต็ม หน้าประเมินล้อรับความกว้างล้อไปคิดระยะยื่นและความกว้างฐานล้อ แต่ไม่ได้ตัดสินว่ายางกับล้อคู่นั้นเข้ากันได้หรือไม่ อีกเรื่องคือช่องว่างจริงในซุ้มล้อ ระบบไม่รู้จักรุ่นรถหรือช่วงล่าง จึงบอกไม่ได้ว่าจะเบียดซุ้มหรือครูดโช้ค ต้องหมุนพวงมาลัยสุดสองข้าง ลองบรรทุกให้ช่วงล่างยุบ แล้วดูด้วยตาว่าช่องว่างเหลือพอหรือไม่ สุดท้าย ยางไซส์เดียวกันคนละยี่ห้อวัดจริงแล้วต่างกันได้หลายมิลลิเมตร เพราะแม่พิมพ์และโครงสร้างไม่เหมือนกัน สูตรคิดจากตัวเลขข้างแก้มยาง ระบบจึงไม่รู้ส่วนต่างตรงนี้ และไม่มีฐานข้อมูลยี่ห้อ ราคา หรือสต๊อกของร้าน
ลำดับการอ่านค่าก่อนตัดสินใจ
พอมีไซส์ในใจหลายตัว ลำดับการอ่านค่าช่วยตัดขั้นตอนได้มาก เริ่มจากเปอร์เซ็นต์ของเส้นผ่านศูนย์กลางเพื่อคัดตัวที่ห่างเกินไปทิ้งก่อน แล้วค่อยดูความสูงแก้มยางที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นตัวตัดสินความนุ่ม ปิดท้ายด้วยตารางความเร็วเฉพาะช่วงที่ขับประจำ ไม่ใช่ช่องท้ายตารางที่ไม่ได้ใช้ กรอบบวกลบ 3% เป็นแนวปฏิบัติที่ยึดกันทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว ไซส์ที่ตัวเลขผ่านจึงแปลว่าเข้ารอบ ยังไม่ใช่ผ่านฉลุย อีกข้อที่คนมองข้ามคือถ้าเปลี่ยนไม่ครบสี่เส้น ยางบนเพลาเดียวกันต้องเป็นไซส์และดอกเดียวกัน ส่วนรถขับเคลื่อนสี่ล้อยิ่งต้องคุมให้เส้นผ่านศูนย์กลางใกล้กันทั้งสี่มุม เพราะรอบหมุนที่ไม่เท่ากันไปลงที่ชุดส่งกำลัง และเมื่อตัดสินใจได้แล้ว จดตัวเลขชุดสุดท้ายเก็บไว้ ทั้งเส้นผ่านศูนย์กลาง รอบต่อกิโลเมตร และเปอร์เซ็นต์ที่ต่างจากไซส์โรงงาน วันหน้าจะเทียบมาตรวัดกับจีพีเอสหรือเปลี่ยนยางชุดใหม่ ก็ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่ง ส่วนคำถามที่เหลือ ยกไปคุยกับช่างที่เห็นรถคันจริง
ใครที่มองหาแอปเปรียบเทียบขนาดยางรถยนต์ไว้เปิดตอนยืนอยู่หน้าร้านยาง ก็ใช้หน้านี้บนมือถือแทนได้ เลือกเครื่องมือจากเมนูด้านบน กรอกไซส์ที่ติดรถอยู่คู่กับไซส์ที่สนใจ แล้วอ่านส่วนต่างให้ครบก่อนตัดสินใจ ทุกค่าคิดจากสูตรเรขาคณิตมาตรฐานของยาง ยางแต่ละยี่ห้อมีขนาดจริงต่างกันได้เล็กน้อย ตัวเลขจากโปรแกรมคำนวณขนาดยางรถยนต์จึงเหมาะกับการเตรียมตัวก่อนไปคุยกับช่าง แล้วเทียบกับคู่มือประจำรถอีกครั้ง


