EasyTireSize.com

รวมเครื่องมือคำนวณขนาดยางและล้อแม็ก
ครบทุกเครื่องมือในที่เดียว

เครื่องมือคำนวณครบทุกเรื่องยางและล้อ ใช้งานง่าย ได้ผลลัพธ์แม่นยำ 100%

  • คำนวณขนาดยางและล้อแม็ก
  • เปรียบเทียบความเร็วหน้าปัด
  • แนะนำความปลอดภัย
  • เครื่องมือครบ จบในที่เดียว
ยางรถยนต์และล้อแม็ก มีล้ออีกวงอยู่ด้านหลัง

เครื่องมือยอดนิยม

ไซส์ที่รถในไทยใช้จากโรงงานมากที่สุด กดดูความสูงยาง รถที่ใช้ และไซส์ที่ใส่แทนได้

ดูตารางขนาดยางทั้งหมด

บทความแนะนำ

ดูบทความทั้งหมด
วิธีดูขนาดยางรถยนต์ อ่านตัวเลขบนยางให้เป็นพื้นฐานยาง

วิธีดูขนาดยางรถยนต์ อ่านตัวเลขบนยางให้เป็น

ขนาดยางรถยนต์หรือเบอร์ยาง ดูได้จากแก้มยาง ป้ายขอบประตูฝั่งคนขับ และคู่มือประจำรถ พร้อมวิธีอ่านตัวเลขบนยางทีละส่วน และวิธีเทียบเมื่อยางที่ใส่อยู่ไม่ตรงกับป้าย

28 ก.ค. 256914 นาทีในการอ่าน
ใส่ยางใหญ่ขึ้น รถแรงขึ้นจริงไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้เปรียบเทียบยาง

ใส่ยางใหญ่ขึ้น รถแรงขึ้นจริงไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้

เจาะลึกข้อดีและข้อเสียของการเปลี่ยนยางให้ใหญ่ขึ้น (Plus Sizing) ทั้งการยึดเกาะ ความสิ้นเปลืองน้ำมัน และความปลอดภัย พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริง

24 ก.ค. 25695 นาทีในการอ่าน
ทำความรู้จัก Offset (ET) คืออะไร? มีผลกับการขับขี่อย่างไรล้อและแม็ก

ทำความรู้จัก Offset (ET) คืออะไร? มีผลกับการขับขี่อย่างไร

อธิบาย Offset ของล้อแม็ก ผลต่อการยื่นล้อ การรองรับ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน

21 ก.ค. 25694 นาทีในการอ่าน
เติมลมยางเท่าไหร่ดี? เช็กตามนี้ปลอดภัย ช่วยยางยืดอายุการดูแลรักษายาง

เติมลมยางเท่าไหร่ดี? เช็กตามนี้ปลอดภัย ช่วยยางยืดอายุ

วิธีตรวจสอบและเติมลมยางให้ถูกต้อง ปลอดภัย และช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง

17 ก.ค. 25694 นาทีในการอ่าน

การคำนวณล่าสุด

  • ยังไม่มีประวัติการคำนวณ ลองใช้เครื่องมือด้านบนได้เลย

แม่นยำ เชื่อถือได้

สูตรคำนวณตามมาตรฐานสากล

ใช้งานง่าย

ไม่ซับซ้อน คำนวณได้ในไม่กี่วินาที

ปลอดภัย

ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณ

รองรับทุกอุปกรณ์

ใช้งานได้ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และคอม

ระบบคำนวณและเทียบขนาดยางรถยนต์ จากตัวเลขบนแก้มยาง

EasyTireSize เป็นระบบคำนวณและเปรียบเทียบขนาดยางที่ทำงานบนหน้าเว็บ เปิดแล้วใช้ได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่จำกัดจำนวนครั้ง แค่กรอกตัวเลขจากแก้มยาง เช่น 225/45 R17 ระบบจะคำนวณให้ครบทั้งความสูงแก้มยาง เส้นผ่านศูนย์กลางรวม เส้นรอบวง และรอบต่อกิโลเมตร เป็นโปรแกรมเทียบขนาดยางที่เปิดจากเบราว์เซอร์ได้เลย ต่างจากตารางขนาดยางรถยนต์แบบกระดาษตรงที่ทุกค่าคิดใหม่จากไซส์ที่กรอกจริง ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ล่วงหน้า

อ่าน 225/45 R17 ให้เป็นมิลลิเมตร

ตัวเลขชุดนี้อ่านตรงตัว หน้ายางกว้าง 225 มม. เลข 45 คือซีรีส์ หรือแก้มยางสูงเท่ากับ 45% ของหน้ายาง ส่วน 17 คือขอบล้อหน่วยนิ้ว ระบบหาความสูงแก้มยางจาก 225 x 0.45 = 101.25 มม. แปลงขอบล้อเป็นมิลลิเมตรด้วย 17 x 25.4 = 431.8 มม. แล้วบวกแก้มยางสองฝั่งเข้าไป ได้เส้นผ่านศูนย์กลางรวม 431.8 + (101.25 x 2) = 634.3 มม. การคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลางยางรถยนต์จึงเริ่มจากแก้มยางเสมอ ยางหน้ากว้างเท่ากันแต่ซีรีส์ต่างกันจึงสูงไม่เท่ากัน ค่านี้คือสิ่งที่หลายคนไปเปิดหาในตารางความสูงยางรถยนต์ ต่างกันแค่ตรงที่ค่านี้ตรงกับไซส์ที่กรอกจริง ถัดมาคือสูตรคำนวณเส้นรอบวงยางรถยนต์ เขียนสั้น ๆ ว่า เส้นรอบวง = พาย (3.1416) x เส้นผ่านศูนย์กลางรวม ได้ราว 1,992 มม. ต่อหนึ่งรอบ พอเอาระยะ 1 กิโลเมตรหารด้วยเส้นรอบวง ก็ได้รอบต่อกิโลเมตรประมาณ 502 รอบ

เทียบสองไซส์ แล้วอ่านส่วนต่างเป็นเปอร์เซ็นต์

หัวใจของเว็บเทียบขนาดยางคือการวางไซส์เดิมกับไซส์ใหม่ไว้ข้างกัน ระบบแสดงส่วนต่างของความกว้างหน้ายาง ความสูงแก้มยาง เส้นรอบวง รอบต่อกิโลเมตร และความสูงใต้ท้องรถ ส่วนเส้นผ่านศูนย์กลางบอกทั้งเป็นมิลลิเมตรและเปอร์เซ็นต์ พร้อมค่าความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดความเร็ว ซึ่งก็คือตัวเลขเดียวกับเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างของเส้นผ่านศูนย์กลาง เพราะรถนับความเร็วจากรอบหมุนของล้อ ไม่ได้วัดจากพื้นถนน เกณฑ์ที่ระบบใช้คิดจากส่วนต่างของเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เกินบวกลบ 3% ถือว่าปลอดภัย 3-5% ให้ระวัง เกิน 5% ไม่ว่าทางบวกหรือลบ ถือว่าเสี่ยง ผลที่ได้จึงไม่ได้ตอบแค่ว่าใส่ได้หรือไม่ได้ แต่บอกด้วยว่าห่างจากของเดิมกี่เปอร์เซ็นต์

ตารางความเร็วหน้าปัด 20 ถึง 140 กม./ชม.

เครื่องมือคำนวณความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดความเร็ว (Speedometer Error) ไม่ได้ตอบมาเป็นตัวเลขเดียว แต่กางเป็นตารางไล่ความเร็วตั้งแต่ 20, 40, 60, 80, 100, 120 ไปจนถึง 140 กม./ชม. วางคู่กันว่าหน้าปัดอ่านได้เท่าไร ความเร็วจริงเท่าไร เหตุที่ต้องดูเป็นตาราง ก็เพราะความคลาดเคลื่อนคิดเป็นสัดส่วนคงที่ ยางที่โตขึ้น 2% ทำให้ความเร็วจริงสูงกว่าที่หน้าปัดบอก 2% เท่ากันทุกช่วง แต่พอคิดเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วไม่เท่ากัน ที่ 40 เพี้ยนไม่ถึง 1 กม./ชม. ตอนเข็มชี้ 100 ความเร็วจริงคือ 102 ส่วนที่ 140 เพี้ยนเกือบ 3 กม./ชม.

เพิ่มลดขนาดล้อ และค่าออฟเซ็ต ET

เครื่องมือฝั่งล้อแบ่งหน้าที่กันชัดเจน Plus / Minus Sizing (เพิ่มและลดขนาดล้อ) ใช้ตอนอยากขยับขอบล้อจาก 17 เป็น 18 นิ้ว โดยไล่ไซส์ที่ให้เส้นผ่านศูนย์กลางรวมใกล้เคียงของเดิมที่สุด ขึ้นล้อใหญ่ก็ลดแก้มยาง ลดล้อลงก็เพิ่มแก้มยางกลับเข้าไป ส่วน Wheel Fitment ใส่ค่าออฟเซ็ต ET กับความกว้างล้อเดิมและล้อใหม่ แล้วอ่านว่าขอบล้อยื่นออกด้านนอกเพิ่มขึ้นกี่มิลลิเมตร ระยะห่างด้านในฝั่งโช้คเปลี่ยนไปเท่าไร ความกว้างแทร็กเปลี่ยนไปเท่าไร และระยะแบ็คสเปซของล้อใหม่เป็นเท่าไร สามค่าแรกเป็นส่วนต่างเทียบกับล้อเดิม ไม่ใช่คำตอบสำเร็จว่าเบียดซุ้มหรือไม่ ตัวเลขที่ได้ไว้ใช้ประเมินคร่าว ๆ ก่อน แล้วต้องวัดกับรถคันจริงอีกที

หน่วยวัด ตารางเทียบหลายไซส์ และยางมอเตอร์ไซค์

ตัวแปลงหน่วยสลับมิลลิเมตรกับนิ้ว มิลลิเมตรกับเซนติเมตร และแรงดันลมทั้ง psi, bar และ kPa ไว้ใช้เวลาต้องเทียบขนาดยางเป็นนิ้วกับเลขเมตริก ถ้ามีหลายตัวเลือกอยู่ในมือ หน้าเปรียบเทียบจะเรียงทุกขนาดเป็นตารางเทียบขนาดยางรถยนต์ในหน้าเดียว แล้วสรุปออกมาเป็นรายงานให้เก็บไว้ดูทีหลัง ช่องกรอกรับความกว้างหน้ายาง 100-400 มม. ซีรีส์ 20-100% และขอบล้อ 10-30 นิ้ว จึงใช้เปรียบเทียบขนาดยางมอเตอร์ไซค์อย่าง 120/70 R17 ได้ด้วย ไม่ได้จำกัดแค่รถเก๋ง กระบะ หรือ SUV ทุกเครื่องมือใช้งานได้ทั้งบนมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ และสลับได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

หน้ายางกว้างขึ้น แก้มยางเตี้ยลง แล้วอะไรเปลี่ยนบ้าง

ตัวเลขที่ระบบคำนวณให้เป็นเรื่องเรขาคณิต ส่วนสิ่งที่คนขับรู้สึกได้จริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หน้ายางที่กว้างขึ้น 10-20 มม. ไม่ได้เพิ่มขนาดหน้าสัมผัส แต่เปลี่ยนรูปทรงให้กว้างขึ้นและสั้นลง การเกาะถนนตอนเข้าโค้งบนถนนแห้งจึงมักดีขึ้น ระยะเบรกสั้นลงเล็กน้อย แลกกับอีกหลายอย่าง ยางหนักขึ้น แรงต้านการหมุนมักมากขึ้น อัตราสิ้นเปลืองแย่ลงเล็กน้อย พวงมาลัยหนืดขึ้นตอนหมุนอยู่กับที่ และเสียงยางเข้าห้องโดยสารมากขึ้น ยางหน้ากว้างยังส่ายตามร่องถนนง่ายกว่ายางหน้าแคบ และถ้าดอกยางรีดน้ำไม่ดีพอ หน้ากว้างก็ไม่ได้ปลอดภัยขึ้นตอนฝนตก ฝั่งแก้มยางที่เตี้ยลงให้ผลอีกแบบ แก้มสั้นบิดตัวน้อย พวงมาลัยจึงคมขึ้นแบบรู้สึกได้ แต่แก้มยางคือเบาะรองชั้นสุดท้ายก่อนถึงขอบล้อ เตี้ยลงทุกมิลลิเมตรคือความนุ่มที่หายไป ตอนข้ามรอยต่อสะพานหรือตกหลุม แรงกระแทกจะส่งเข้าช่วงล่างตรงขึ้น ยางบวมหรือขอบล้อคดจากหลุมเดียวก็เกิดง่ายขึ้น เวลาจอดเบียดฟุตปาธก็ไม่มีเนื้อยางกันขอบล้อ ระบบบอกความสูงแก้มยางของทั้งสองไซส์เป็นมิลลิเมตร จึงเห็นได้ว่าหายไปเท่าไร ส่วนจะรับความกระด้างที่เพิ่มขึ้นไหวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับถนนที่ใช้ประจำและคนขับ

สามทางเลือกรอบ ๆ 205/55 R16 และทิศทางที่หน้าปัดเพี้ยน

ลองตั้งต้นที่ไซส์ยอดฮิตของรถเก๋งบ้านเราอย่าง 205/55 R16 เส้นผ่านศูนย์กลาง 631.9 มม. แก้มยางสูง 112.75 มม. ทางแรกคือขึ้นล้อ 17 นิ้วด้วย 215/45 R17 ได้ 625.3 มม. เล็กลง 6.6 มม. หรือ -1.04% แก้มยางเหลือ 96.75 มม. ยางที่เล็กลงหมุนถี่ขึ้น เข็มจึงชี้เกินความจริง ตอนหน้าปัดบอก 100 รถวิ่งอยู่ราว 99 กม./ชม. ท้องรถเตี้ยลง 3.3 มม. เพราะส่วนต่างเส้นผ่านศูนย์กลางแบ่งมาอยู่ใต้ดุมล้อครึ่งเดียว ทางที่สองคือ 225/40 R18 ได้ 637.2 มม. โตขึ้น 5.3 มม. หรือ +0.84% เข็มจะชี้ต่ำกว่าความจริง หน้าปัดบอก 100 แต่รถวิ่งราว 101 กม./ชม. เป็นทิศทางที่ต้องระวังกว่า เพราะเผลอใช้ความเร็วเกินโดยไม่รู้ตัว แก้มยางเหลือ 90 มม. หายไปเกือบ 23 มม. นั่นคือราคาของขอบล้อที่โตขึ้นสองนิ้ว อีกมุมหนึ่ง ลองมองย้อนลงไปที่ 195/65 R15 เส้นผ่านศูนย์กลาง 634.5 มม. แก้มยางสูงถึง 126.75 มม. รถที่ยางติดรถมาเป็นไซส์นี้แล้วขยับมาใช้ 205/55 R16 จะเล็กลง 2.6 มม. หรือ -0.41% ทั้งสามทางอยู่ในกรอบบวกลบ 3% ที่ถือว่าปลอดภัย แต่ตัวที่ใกล้ของเดิมที่สุดกลับมีแก้มยางสูงที่สุด ส่วนตัวที่ต่างเพียง 0.84% เหลือแก้มยางน้อยที่สุด เปอร์เซ็นต์ที่พอกันจึงไม่ได้แปลว่าขับแล้วรู้สึกเหมือนกัน ถ้ารถเคยเปลี่ยนล้อมาก่อน ให้ย้อนไปตั้งต้นที่ไซส์โรงงาน ไม่อย่างนั้นความเพี้ยนรอบก่อนจะบวกทับรอบนี้จนหลุดกรอบ

เรื่องที่ต้องไปตรวจกับรถและกับร้านเอง

ดัชนีรับน้ำหนักและสัญลักษณ์ความเร็วที่ต่อท้ายไซส์อย่าง 91V เป็นค่าที่ระบบไม่ได้ตรวจให้ หลักง่าย ๆ คือของยางเส้นใหม่ต้องไม่ต่ำกว่าที่คู่มือรถและสติกเกอร์ที่เสาประตูฝั่งคนขับระบุไว้ ไม่ใช่แค่เท่ากับยางที่ใส่อยู่ตอนนี้ ซึ่งอาจต่ำกว่าสเปกมาตั้งแต่แรก แรงดันลมก็เช่นกัน ตัวแปลงหน่วยเปลี่ยน psi เป็น bar หรือ kPa ให้ แต่ไม่ได้บอกว่าคันนี้ควรเติมเท่าไร และตัวเลขบนแก้มยางคือแรงดันสูงสุดที่ยางรับได้ ไม่ใช่ค่าที่ควรเติมใช้ เรื่องต่อมาคือความกว้างวงล้อ ยางแต่ละหน้ากว้างมีช่วงล้อที่ผู้ผลิตรับรองไว้ ใส่ยางกว้างเกินบนล้อแคบ แก้มยางจะป่องและการตอบสนองเนือยลง ใส่ยางแคบบนล้อกว้างเกินไป ไหล่ยางก็รับแรงไม่เต็ม หน้าประเมินล้อรับความกว้างล้อไปคิดระยะยื่นและความกว้างฐานล้อ แต่ไม่ได้ตัดสินว่ายางกับล้อคู่นั้นเข้ากันได้หรือไม่ อีกเรื่องคือช่องว่างจริงในซุ้มล้อ ระบบไม่รู้จักรุ่นรถหรือช่วงล่าง จึงบอกไม่ได้ว่าจะเบียดซุ้มหรือครูดโช้ค ต้องหมุนพวงมาลัยสุดสองข้าง ลองบรรทุกให้ช่วงล่างยุบ แล้วดูด้วยตาว่าช่องว่างเหลือพอหรือไม่ สุดท้าย ยางไซส์เดียวกันคนละยี่ห้อวัดจริงแล้วต่างกันได้หลายมิลลิเมตร เพราะแม่พิมพ์และโครงสร้างไม่เหมือนกัน สูตรคิดจากตัวเลขข้างแก้มยาง ระบบจึงไม่รู้ส่วนต่างตรงนี้ และไม่มีฐานข้อมูลยี่ห้อ ราคา หรือสต๊อกของร้าน

ลำดับการอ่านค่าก่อนตัดสินใจ

พอมีไซส์ในใจหลายตัว ลำดับการอ่านค่าช่วยตัดขั้นตอนได้มาก เริ่มจากเปอร์เซ็นต์ของเส้นผ่านศูนย์กลางเพื่อคัดตัวที่ห่างเกินไปทิ้งก่อน แล้วค่อยดูความสูงแก้มยางที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นตัวตัดสินความนุ่ม ปิดท้ายด้วยตารางความเร็วเฉพาะช่วงที่ขับประจำ ไม่ใช่ช่องท้ายตารางที่ไม่ได้ใช้ กรอบบวกลบ 3% เป็นแนวปฏิบัติที่ยึดกันทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว ไซส์ที่ตัวเลขผ่านจึงแปลว่าเข้ารอบ ยังไม่ใช่ผ่านฉลุย อีกข้อที่คนมองข้ามคือถ้าเปลี่ยนไม่ครบสี่เส้น ยางบนเพลาเดียวกันต้องเป็นไซส์และดอกเดียวกัน ส่วนรถขับเคลื่อนสี่ล้อยิ่งต้องคุมให้เส้นผ่านศูนย์กลางใกล้กันทั้งสี่มุม เพราะรอบหมุนที่ไม่เท่ากันไปลงที่ชุดส่งกำลัง และเมื่อตัดสินใจได้แล้ว จดตัวเลขชุดสุดท้ายเก็บไว้ ทั้งเส้นผ่านศูนย์กลาง รอบต่อกิโลเมตร และเปอร์เซ็นต์ที่ต่างจากไซส์โรงงาน วันหน้าจะเทียบมาตรวัดกับจีพีเอสหรือเปลี่ยนยางชุดใหม่ ก็ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่ง ส่วนคำถามที่เหลือ ยกไปคุยกับช่างที่เห็นรถคันจริง

ใครที่มองหาแอปเปรียบเทียบขนาดยางรถยนต์ไว้เปิดตอนยืนอยู่หน้าร้านยาง ก็ใช้หน้านี้บนมือถือแทนได้ เลือกเครื่องมือจากเมนูด้านบน กรอกไซส์ที่ติดรถอยู่คู่กับไซส์ที่สนใจ แล้วอ่านส่วนต่างให้ครบก่อนตัดสินใจ ทุกค่าคิดจากสูตรเรขาคณิตมาตรฐานของยาง ยางแต่ละยี่ห้อมีขนาดจริงต่างกันได้เล็กน้อย ตัวเลขจากโปรแกรมคำนวณขนาดยางรถยนต์จึงเหมาะกับการเตรียมตัวก่อนไปคุยกับช่าง แล้วเทียบกับคู่มือประจำรถอีกครั้ง